Like-style

มาสุ จรรยางค์ดีกุล

Masu Junyangdikul

มาสุ จรรยางค์ดีกุล

สาขาวิชา Business English หลักสูตรนานาชาติ (BU Inter)
ผลงานสร้างชื่อ: เลือดมังกร, ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ, คลื่นชีวิต, ชั่วโมงต้องมนต์

สิ่งที่ชอบทำ

ผมชอบขับรถ ผมเป็นคนขับรถแบบสุภาพ เลยไม่เคยมีปัญหาบนท้องถนน และก็ไม่ชอบคนที่ขับผิดกฎจราจร เพราะพฤติกรรมการขับรถสามารถสะท้อนความเป็นตัวตนของคนคนนั้นได้ดี เวลาเจอคนขับไม่ถูกกฎ บางทีก็อยากขับไปเทียบเพื่อดูให้เห็นหน้าว่าเป็นใครบ้างเหมือนกัน (หัวเราะ) เวลาโดนแทรกก็โมโห แต่ผมจะพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ และปล่อยผ่านไป

Masu Junyangdikul

แสดงว่าของรักของหวงก็คือรถ

ใช่ครับ เพราะผมเป็นคนชอบรถยนต์อยู่แล้ว ซึ่งรถคันที่ใช้อยู่ปัจจุบันผมจ่ายเองครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งคุณพ่อจ่ายให้ ใช้มานานหลายปีจนรู้สึกรักและผูกพันกับเขามาก จึงยังไม่คิดจะเปลี่ยน คือถ้าจะเปลี่ยน ก็คงจากความเสื่อมสมรรถภาพของเขา เพราะผมใช้งานเขาทุกวัน

เวลาว่างชอบทำอะไร

ผมชอบเล่นกีฬาหลายประเภทมาก แต่ที่ชอบที่สุดก็คือฟุตบอล ด้วยความที่มีพี่น้องเป็นผู้ชายหมด พวกเราเลยบ้ากีฬากันมาก ผมคิดว่าฟุตบอลมีเสน่ห์มากเพราะเป็นกีฬาที่ให้อะไรผมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องการทำงานเป็นทีมหรือการควบคุมอารมณ์ อีกอย่างคือคำพูดของนักบอลที่มักพูดว่า การเล่นบอลมีแพ้มีชนะ ดังนั้นอย่าไปเอาอะไรมากกับลูกกลมๆ คำพูดนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตได้ดีคือ บางสิ่งที่คอนโทรลไม่ได้ ก็ต้องปล่อยมันไป เหมือนลูกบอลกลมๆ นั่นเอง

Masu Junyangdikul

ถ้าไม่เป็นดารา คงเป็นนักฟุตบอลไปแล้ว

ผมอยากเป็นนักฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้ก็ยังอยากเป็น ถึงแม้สกิลเราอาจไม่ถึงกับเป็นนักบอลอาชีพ แต่ถ้าถามว่าอยากไหม ก็อยากเป็นมากๆ

ประโยชน์ของการเล่นกีฬา

การเล่นกีฬาช่วยให้เราห่างไกลจากอบายมุขได้จริงๆ อันที่จริงไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรกอะไรก็ตาม ถ้าเราติดหรือตั้งใจทำอะไรสักอย่าง เราก็จะใช้เวลาว่างนอกเหนือจากการเรียนและการทำงานไปกับมัน จนไม่มีเวลาไปยุ่งกับอบายมุขอื่นๆ

Masu Junyangdikul

นอกจากกีฬาก็ชอบเล่นดนตรีด้วย

ผมชอบเล่นกีตาร์คลาสสิกมาตั้งแต่เด็ก ที่ชอบเพลงคลาสสิกหรือเพลงบรรเลงเพราะฟังสบาย รู้สึกมีสุนทรียะ เพลงที่ชอบมากคือเพลงพระราชนิพนธ์ในล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 ผมคิดว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมากและเล่นยาก แต่ก็ไม่ยากเกินฝึกฝน

แนวละครที่ชอบเล่น

ผมชอบแนวโรแมนติก-คอเมดี้ เพราะตรงกับบุคลิกส่วนตัวของผมที่เป็นคนรีแลกซ์ ถ้าไปเจอบทดราม่าแบบร้องไห้ทั้งเรื่องคงยาก เพราะในชีวิตจริงผมไม่ชอบอะไรที่ดราม่า ไม่เสพข่าวดราม่า ไม่ชอบอะไรที่เป็นเชิงลบ อย่างข่าวของตัวผมเอง ถึงแม้ว่าจะไม่เคยเจอข่าวดราม่าหนักๆ แต่ผมก็จะไม่อ่านอะไรในโซเชียลเลย สมมติเห็นจั่วหัวเห็นชื่อตัวเอง ผมจะไม่อ่านเลย จริงอยู่ว่าส่วนใหญ่จะเป็นคำชม แต่ธรรมชาติของคนเรามักไปรู้สึกกับคำพูดในเชิงลบมากกว่า ดังนั้นผมเลยตัดปัญหาด้วยการไม่อ่านดีกว่า อย่างไรก็ตามผมก็น้อมรับคำติชมผลงาน เพียงแต่ไม่ไปตามอ่านในกระทู้ในเว็บเท่านั้นเอง

Masu Junyangdikul

วงการบันเทิงให้อะไรกับเราบ้าง

วงการบันเทิงให้วินัยกับผม ตั้งแต่เด็กๆ ผมเรียนใกล้บ้าน เลยชอบตื่นสาย (หัวเราะ) และส่วนตัวเป็นคนซุกซน ขี้เล่น ไม่ค่อยมีระเบียบ แต่พอมาทำงานในวงการบันเทิง ต้องทำงานกับคนหมู่มาก ทำให้เราต้องรู้จักมีวินัย โดยเฉพาะเรื่องการรักษาเวลา เพราะถ้าเราสายเพียงคนเดียวก็จะกระทบคนอีก 50 คนในกองถ่าย

ชอบและไม่ชอบอะไรในตัวเด็ก Gen นี้

สิ่งที่ไม่ค่อยชอบคือเรื่องความอดทนโดยเฉพาะเรื่องการทำงาน จะเห็นว่าเด็ก Gen นี้จะเปลี่ยนงานบ่อยมาก ไม่ชอบอย่างโน้นไม่ชอบอย่างนี้หรืออยากไปที่ที่ดีกว่าอยู่ตลอดเวลา ผมเข้าใจว่าทุกคนคงมีเหตุผลของตัวเอง แต่ก็คิดว่าน่าจะมีความอดทนได้มากกว่านี้ ส่วนสิ่งที่ชอบคือเด็กยุคนี้มีความมั่นใจ กล้าคิดกล้าทำ มีความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้เทคโนโลยีต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถ adapt การทำงานกับเทคโนโลยีได้อย่างยอดเยี่ยม

Masu Junyangdikul

บอกความรู้สึกที่ได้เรียน BU Inter สักหน่อย

BU Inter สอนให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะมีพรีเซ้นต์หน้าห้องเยอะมาก (หัวเราะ) ได้ฝึกการอยู่ต่อหน้าผู้คนจำนวนมากตลอดเวลา ซึ่งเหมาะกับอาชีพในวงการบันเทิงของผม อีกอย่างที่ชอบมากคืออาจารย์ นี่ไม่ได้แกล้งยอนะครับ (หัวเราะ) เพราะอาจารย์ทุกคนเป็นกันเองกับนักศึกษามาก คอยให้ความช่วยเหลือเต็มที่ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องส่วนตัว อย่างผมบางทีติดงาน อาจารย์ก็จะแนะแนวทางแก้ไขในจุดที่เราเสียคะแนนไป หรือบางทีอาจารย์รู้ว่าเรานอนดึก ก็จะคอยโทรตามหรือไลน์มาเตือน ดังนั้นถ้ามหาวิทยาลัยอยากให้ผมช่วยอะไร ผมก็ยินดีช่วย 100 เปอร์เซ็นต์ครับ

 BACK